นิวโรฟีดแบ็ก ในเชียงใหม่ ด้วย QEEG Brain Mapping และ Z-Score Neurofeedback
ประสบการณ์มากกว่า 13 ปี ด้าน QEEG-Guided Neurofeedback และการวิเคราะห์คลื่นสมองเชิงระบบ
นิวโรฟีดแบ็กที่ใช้ข้อมูลจาก QEEG Brain Mapping
ร่วมกับ Z-Score Neurofeedback แบบเรียลไทม์
เพื่อวิเคราะห์และฝึกการทำงานของสมองอย่างเป็นรายบุคคล
บนพื้นฐานของข้อมูล EEG เชิงวัตถุ
ไม่ต้องผ่าตัด • ไม่ใช้ยา • โปรแกรมฝึกสมองเฉพาะบุคคล
ให้บริการ QEEG Brain Mapping และ Neurofeedback Training
ในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย สำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นิวโรฟีดแบ็กไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ และไม่ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์
โปรโตคอลการฝึกถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามข้อมูล QEEG และรูปแบบการทำงานของสมองของแต่ละบุคคล

แนวทางการฝึกสมองของเรา
เราให้ความสำคัญกับการประเมินและการฝึกสมองอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลจาก QEEG Brain Mapping และการวิเคราะห์คลื่นสมองเชิงวัตถุ เพื่อช่วยให้สามารถออกแบบโปรโตคอล Neurofeedback ได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
การวิเคราะห์สมองของเราครอบคลุมทั้งรูปแบบคลื่นสมอง การเชื่อมต่อของสมอง (Brain Connectivity) รวมถึงรูปแบบการทำงานที่อาจเกี่ยวข้องกับสมาธิ การนอนหลับ ความเครียด อารมณ์ และประสิทธิภาพการทำงานของสมองในชีวิตประจำวัน
เราใช้เทคโนโลยี QEEG ร่วมกับ Z-Score Neurofeedback แบบเรียลไทม์ และฐานข้อมูล NeuroGuide ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA เพื่อช่วยให้การวิเคราะห์และการฝึกสมองมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
โปรแกรมการฝึกถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามข้อมูล QEEG อาการที่แสดงออก และรูปแบบการทำงานของสมองของแต่ละบุคคล เนื่องจากไม่มีรูปแบบสมองใดที่เหมือนกันทั้งหมด
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 13 ปี ด้าน QEEG-Guided Neurofeedback เรามุ่งเน้นแนวทางที่อิงข้อมูลเชิงวัตถุ ความละเอียดในการวิเคราะห์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
Blog
บริการ Neurofeedback ของเรา
เราให้บริการ Neurofeedback และ QEEG Brain Mapping โดยมุ่งเน้นการประเมินและการฝึกสมองอย่างเป็นระบบบนพื้นฐานของข้อมูล EEG เชิงวัตถุ
Neurofeedback เป็นกระบวนการฝึกสมองแบบไม่รุกล้ำ (Non-Invasive) ที่ใช้ข้อมูลการทำงานของสมองแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้สมองเรียนรู้การปรับการทำงานของตนเองผ่านหลักการของการตอบสนองต่อข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
การฝึกสมองแต่ละโปรแกรมถูกออกแบบเฉพาะบุคคล โดยอ้างอิงจากข้อมูล QEEG รูปแบบคลื่นสมอง และลักษณะการทำงานของสมองของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองในด้านต่าง ๆ เช่น สมาธิ การนอนหลับ การจัดการความเครียด อารมณ์ และประสิทธิภาพการทำงานของสมองในชีวิตประจำวัน
เราใช้เทคโนโลยี Neurofeedback ร่วมกับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้สามารถปรับโปรโตคอลการฝึกให้เหมาะสมกับการตอบสนองของสมองในแต่ละช่วงของการฝึก


เกี่ยวกับ Chiang Mai Neurofeedback Center
Chiang Mai Neurofeedback Center ให้บริการ QEEG Brain Mapping และ Neurofeedback Training โดยมุ่งเน้นแนวทางการฝึกสมองที่อิงข้อมูลเชิงวัตถุและการวิเคราะห์การทำงานของสมองอย่างเป็นระบบ
เราใช้เทคโนโลยี QEEG ร่วมกับ Neurofeedback แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยประเมินรูปแบบการทำงานของสมอง และออกแบบโปรโตคอลการฝึกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงความแตกต่างของการทำงานของสมองในแต่ละคน
แนวทางของเรามุ่งเน้นการทำงานของสมองในด้านต่าง ๆ เช่น สมาธิ การนอนหลับ ความเครียด อารมณ์ และประสิทธิภาพการทำงานของสมองในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการฝึกสมองแบบไม่รุกล้ำ (Non-Invasive)
Neurofeedback อาศัยหลักการของ Neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตนเองผ่านการเรียนรู้และการตอบสนองต่อข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
เรามุ่งเน้นการวิเคราะห์อย่างละเอียด ความแม่นยำของข้อมูล และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การฝึกสมองมีความเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของสมองของแต่ละบุคคล
แนวทางการติดตามและประเมินผลของเรา
Neurofeedback เป็นกระบวนการฝึกสมองที่อาศัยข้อมูล EEG แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้สมองเรียนรู้การปรับรูปแบบการทำงานของตนเองผ่านข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
ระหว่างการฝึก เราใช้การติดตามข้อมูลการทำงานของสมองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรูปแบบคลื่นสมอง การเชื่อมต่อของสมอง (Brain Connectivity) และรูปแบบการตอบสนองของสมองต่อการฝึก เพื่อช่วยประเมินความเหมาะสมของโปรโตคอล Neurofeedback ในแต่ละช่วงของการฝึก
แนวทางของเรามุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดและการออกแบบโปรโตคอลเฉพาะบุคคล โดยอ้างอิงจากข้อมูล QEEG และรูปแบบการทำงานของสมองของแต่ละบุคคล
บุคคลแต่ละคนอาจมีรูปแบบการตอบสนองต่อ Neurofeedback แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานของสมอง ปัจจัยด้านสุขภาพ การนอนหลับ ความเครียด และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เรามุ่งเน้นการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การฝึกสมองมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับข้อมูล EEG และการตอบสนองของสมองในแต่ละบุคคล
ด้านการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบประสาท
- การควบคุมสมาธิ
- การทำงานระดับบริหารของสมอง
- ประสิทธิภาพการเรียนรู้
- การประมวลผลความจำ
- ความเหนื่อยล้าทางสมอง
- การควบคุมความเครียด
- การควบคุมอารมณ์และความวิตกกังวล
- ความไวต่ออารมณ์
- ภาวะตื่นตัวของระบบประสาทสูงเกินไป
- ความมั่นคงของระบบประสาท
- การควบคุมการนอนหลับ
- ไมเกรน
- การประมวลผลทางประสาทสัมผัส
- การสนับสนุนการฟื้นตัวของสมอง
- การสนับสนุนการฟื้นตัวของการทำงานด้านความคิด
เนื่องจากแต่ละบุคคลมีรูปแบบการทำงานของระบบประสาทและสมองที่แตกต่างกัน แนวทางนิวโรฟีดแบ็กสมัยใหม่จึงมุ่งเน้นการประเมินอย่างเป็นระบบและการออกแบบโปรโตคอลเฉพาะบุคคลตามข้อมูลเชิงวัตถุ

นิวโรฟิตแบคคืออะไร
นิวโรฟีดแบค เป็นเทคนิคในการฝึกสมองเพื่อควบคุมการทำงานของร่างกายและจิตใจ
อ่านต่อ...
การจัดระเบียบสมอง
สมองถูกออกแบบมาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและสภาพแวดล้อมของเราและทำงานได้ดีตลอดเวลา
อ่านต่อ...
นิวโรฟีดแบคทํางานอย่างไร
การประเมินให้ช่างเทคนิคที่มีโปรโตคอลการฝึกอบรม นิวโรฟีดแบค ที่จะใช้ในระหว่างการฝึกอบรม
อ่านต่อ...
การทําแผนที่สมอง (QEEG)
การสร้างแผนที่สมองด้วย QEEG ช่วยระบุบริเวณสมองที่มีการทำงานมาก/น้อยเกินไป ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างอาการกับกิจกรรมของสมอง
อ่านต่อ...
นิวโรฟีดแบคทําอะไรได้บ้าง
นิวโรฟีดแบค เป็นเทคนิคในการฝึกสมองเพื่อควบคุมฟังก์ชั่นของร่างกายและจิตใจ.
อ่านต่อ....
ทําไมต้องนิวโรฟีดแบค
นิวโรฟีดแบคคือเทคนิคการฝึกสมองเพื่อจัดระเบียบสมองให้เกี่ยวข้องกับร่างกายและจิตใจ
อ่านต่อ...
คำรับรองของลูกค้า
น้องคอปเตอร์จะไม่อยู่นิ่งและเดินไปมาตลอด ไม่พูดคำที่มีความหมาย 2-3 คำ พูดบอกสิ่งที่ต้องการไม่ได้ ไม่ค่อยเข้าใจคำสั่ง พูดโต้ตอบได้น้อยไม่บอกเวลาขับถ่าย ไม่รู้จักสี 1-2 สี กล้ามเนื้อมัดเล็กอ่อนแรงจับดินสอแบบกำมือไม่มีแรงกดของดินสอ ขีดเขียนเส้นตรงไม่ได้ เขียนตามรอยไม่ได้ วาดรูปวงกลมตามแบบไม่ได้ ใช้นิ้วหยิบของเล็กๆไม่ได้ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่สามารถถีบจักรยาน 3 ล้อได้ และกระโดด 2 เท้าไม่ได้ ขึ้นบันไดสลับเท้าไม่ได้ หลังทำ Neurofeedback น้องคอปเตอร์มีสมาธิดีขึ้น สนใจในงานที่ทำนานขึ้น มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง เช่น การบ้านกลับจากโรงเรียนจะทำเองโดยไม่ต้องบอก ชอบการขีดเขียน
น้องคอปเตอร์ อายุ 3 ขวบ จ.ฉะเชิงเทรา
น้องอายุ 13 ปี เรียนตามเพื่อนไม่ค่อยทัน ขาดความมั่นใจ ขาดส่งงานคุณครูบ่อยๆ ไม่กล้าถามหรือแสดงออก อารมณ์หงุดหงิดง่ายมาก หลังจากได้เข้าคอร์สที่ Chiang Mai Neurofeedback Center ได้ระยะหนึ่ง เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงพัฒนาในทางที่ดีขึ้น กล้าถามและมีความเข้าใจในวิชาที่เรียนมากขึ้น ส่งงานตรงเวลา หงุดหงิดน้อยลง จนคุณครูเอ่ยปากชม
ริสา อายุ 13ปี รร. นานาชาติเปรม เชียงใหม่
เริ่มจากเห็นพัฒนาการของน้องที่รู้จักกัน เห็นเขามีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากพบกันเมื่อ 6 เดือนก่อน จากนั้นเลยพาลูกมาซึ่งเขาอายุ 4 ปีตอนเริ่มมาทำ Neurofeedback จากพัฒนาการสื่อสารไม่ต่อเนื่อง เหม่อลอยและไม่ Concentrate หลังจากมาเริ่มทำ Neurofeedback น้องมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จนคนรอบข้างทักอย่างแรกคือ การสื่อสารสามารถพูดคุยต่อเนื่องยาวขึ้น โต้ตอบได้ดีขึ้น การเหม่อลอยลดลง จดจ่อกับการเล่นและทำการบ้านได้มากขึ้นค่ะ
น้องอาโป 4 ขวบ กทม.
น้องมาร์คเป็นลูกชายคนที่สอง น้องมีปัญหาเรื่องการพูด 3 ขวบน้องยังไม่พูดแม่ก็พาน้องไปฝึกพูดแต่ก็ยังพูดได้เป็นคำๆ ง่ายๆ แต่ไม่สามารถสื่อสารยังไม่เข้าใจคำถาม ปัญหาของน้องมาร์คเริ่มหนักขึ้นเมื่อน้องไปโรงเรียน น้องเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ชอบอยู่คนเดียว และกรี๊ด แล้วที่แม่กลุ้มใจมากที่สุดคือน้องมีรอยซ้ำที่แขน แต่น้องก็บอกแม่ไม่ได้ว่าโดนอะไรมา พอถามครูครูก็บอกไม่รู้คนเป็นแม่รู้สึกแย่มาก จนมีคนแนะนำให้ไปที่ Chiang Mai Neurofeedback Center ตัดสินใจพาน้องไปปรึกษาเริ่มการเทรนไม่น่าเชื่อแค่ครั้งที่สามน้องสามารถพูดสองประโยคได้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อตอนนี้น้องพูดได้เป็นปกติ (พูดมากจนบางครั้งต้องบอกให้หยุด55 ) ต้องขอบคุณ Chiang Mai Neurofeedback Center ที่ทำให้น้องพูด น้องเทรนไปสามคอร์ส 36 ครั้ง
น้องมาร์ค อายุ 4 ขวบ จ.เชียงใหม่
รู้จัก Neurofeedback เป็นครั้งแรก เพราะ น้องสาวมารักษาโรค LD (โรคการเรียนรู้บกพร่อง) และโรคสมาธิสั้น โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เพราะการรักษาอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เรามักคุ้นเคยกับการใช้ยาและการเข้าพบแพทย์ แต่ Neurofeedback เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบาบัดรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาแต่อย่างใด และใช้เวลาในการบาบัดแต่ละครั้งประมาณ 30 นาทีเป็นการฝึกสมองให้มีการปรับตัวและเกิดความสมดุล ซึ่งนอกจากจะรักษาอาการออทิสติก LD ได้และยังสามารถรักษาอาการทั่วไป เช่น วิตกกังวลหรือซึมเศร้าได้อีกด้วย น้องสาว ซึ่งกาลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นม.ต้น ก่อนเข้ารับการบำบัดเนื่องจากเป็นโรคการเรียนรู้บกพร่อง (LD) และสมาธิสั้น ทำให้เดิมเป็นคนหงุดหงิดง่ายและไม่ค่อยมีสมาธิกับการเรียน เข้าเรียนด้วยความรู้สึกที่ไม่มีความสุขและมักไม่ยอมทำการบ้าน จนคุณแม่ต้องคอยเคี่ยวเข็ญเป็นประจำทำให้ผลการเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ ได้เกรด
เอย อายุ 15 ปี นักเรียน และ วาว อายุ 23 ปี จบการปริญญาตรี เกรียตินิยม อันดับ 2 มช
สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าเรื่องพัฒนาการน้องที่ได้เทรนสมองกับ เชียงใหม่ นิวโรฟีดแบค เซ้นเตอร์ ค่ะ ตอนนี้เทรนคอร์สที่ 8 แล้วค่ะแม่ได้ตั้งใจว่าจะพาน้องมาเทรนสมอง เพื่อให้น้องอยู่นิ่งไม่ซนค่ะ หลังจากเทรนคอร์สที่ 2 กลับมาบ้าน น้องได้พูดภาอังกฤษกับพ่อพูดคุยปกติในชีวิตประจำวันค่ะ น้องสายตาสั้นเอียง ยาว คุณนัทได้แนะนำไปที่ เซ็นปีเตอร์ เป็น ร.พ. เอกชนค่ะ คุณหมออาจารย์ใหญ่ได้เจอกับน้องในห้อง คุณหมอใช้ภาษาอังกฤษในการพูดกับน้องและน้องได้ทำตามคุณหมอทุกอย่างและคุณนัทได้บอกกับแม่ว่า เวลาพาน้องไปหาหมอให้พูดภาษาอังกฤษกับน้องค่ะและน้องไปทำฟันที่ ร.พ เกาะยอ น้องเจอคุณหมอฟันและหมอได้พูดอังกฤษกับน้อง น้องสามารถทำตามทุกอย่างเลยค่ะ หมอก็ชอบและประทับใจน้องด้วยค่ะ ตอนนี้น้องอยู่
น้องเค็ก อายุ 6 ขวบ ภาวะดาวน์ซินโดม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
น้องจะอยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้นพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองก็จะช้ากว่าเด็กปกติ ตอนน้องอายุได้ 2 ขวบ น้องยังพูดไม่ได้เลยค่ะ แล้วก็จะทำตัวยุกยิกๆอยู่ไม่นิ่ง ต้องการอะไรก็จะบอกไม่ได้ ซึ่งเป็นลักษณะของเด็กกลุ่มนี้. น้องได้เข้าไปฝึกพูดที่ รพ.ใกล้บ้านในตอนแรกทุกอาทิตย์ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ตัวเองยังคิดว่าน่าจะมีการรักษาแนวใหม่ๆบ้างเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกจนคนรู้จักแนะนำให้ลองมาทำกับ Chiang Mai Neurofeedback Center จริงๆตอนนั้นสารภาพเลยว่าไม่รู้จักก็เลยลองไปหาข้อมูลดูแล้วสนใจค่ะ อะไรที่ช่วยให้ลูกเราได้ใช้ชีวิตแบบปกติและไม่เสี่ยงมันก็น่าสนใจหลังจากนั้นก็พาน้องไปทำที่ Chiang Mai Neurofeedback Center เลย ทำไปได้ 1 คอร์ส เห็นชัดว่าพัฒนาด้านอารมณ์ของน้องดีขึ้น น้องดูจดจ่อกับอะไรได้นานขึ้นและเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทำให้เรามีกาลังใจที่จะสู้ไปกับน้องมากขึ้น เลยตัดสินใจทำต่อเรื่อยๆจนตอนนี้น้องอายุ
เปรม อายุ 22 ปี นักศึกษา ม.ขอนแก่น
น้องจะอยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้นพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองก็จะช้ากว่าเด็กปกติ ตอนน้องอายุได้ 2 ขวบ น้องยังพูดไม่ได้เลยค่ะ แล้วก็จะทำตัวยุกยิกๆอยู่ไม่นิ่ง ต้องการอะไรก็จะบอกไม่ได้ ซึ่งเป็นลักษณะของเด็กกลุ่มนี้. น้องได้เข้าไปฝึกพูดที่ รพ.ใกล้บ้านในตอนแรกทุกอาทิตย์ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ตัวเองยังคิดว่าน่าจะมีการรักษาแนวใหม่ๆบ้างเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกจนคนรู้จักแนะนำให้ลองมาทำกับ Chiang Mai Neurofeedback Center จริงๆตอนนั้นสารภาพเลยว่าไม่รู้จักก็เลยลองไปหาข้อมูลดูแล้วสนใจค่ะ อะไรที่ช่วยให้ลูกเราได้ใช้ชีวิตแบบปกติและไม่เสี่ยงมันก็น่าสนใจหลังจากนั้นก็พาน้องไปทำที่ Chiang Mai Neurofeedback Center เลย ทำไปได้ 1 คอร์ส เห็นชัดว่าพัฒนาด้านอารมณ์ของน้องดีขึ้น น้องดูจดจ่อกับอะไรได้นานขึ้นและเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทำให้เรามีกาลังใจที่จะสู้ไปกับน้องมากขึ้น เลยตัดสินใจทำต่อเรื่อยๆจนตอนนี้น้องอายุ
วีอาร์ม อายุ 4 ขวบ ภาวะดาวน์ซินโดม จ.ปัตตานี
น้องอายุ 13 ปี เรียนตามเพื่อนไม่ค่อยทัน ขาดความมั่นใจ ขาดส่งงานคุณครูบ่อยๆ ไม่กล้าถามหรือแสดงออก อารมณ์หงุดหงิดง่ายมาก หลังจากได้เข้าคอร์สที่ Chiang Mai Neurofeedback Center ได้ระยะหนึ่ง เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงพัฒนาในทางที่ดีขึ้น กล้าถามและมีความเข้าใจในวิชาที่เรียนมากขึ้น ส่งงานตรงเวลา หงุดหงิดน้อยลง จนคุณครูเอ่ยปากชม
ริสา อายุ 13ปี รร. นานาชาติเปรม เชียงใหม่